Health & Wellness
สวัสดีครับนักเรียนภาษาไทยทุกท่าน! วันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับ "นวดไทย" (Nuad Thai) ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทย นวดไทยไม่เพียงแต่เป็นการบำบัดทางกายเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ
นวดไทย หรือที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า Thai Massage (ไทย มาสสาจ) คือการบำบัดด้วยการนวดแผนไทยโบราณที่ผสมผสานเทคนิคการกดจุด (กดจุด - got jùt), การคลึง (คลึง - kleung), การยืดเหยียด (ยืดเหยียด - yeût yèat) และการประคบสมุนไพรเข้าไว้ด้วยกัน นวดไทยแตกต่างจากการนวดแบบตะวันตกตรงที่ผู้รับบริการมักจะสวมเสื้อผ้าหลวมๆ และไม่ต้องใช้น้ำมัน นวดไทยมีเป้าหมายเพื่อปรับสมดุลพลังงานในร่างกายที่เรียกว่า "ลมปราณ" (lom bpran) หรือลมในเส้นประธานสิบ (sen bprà-taan sìp) ซึ่งเป็นเส้นพลังงานสำคัญ 10 เส้นที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกาย
ประวัติศาสตร์ของนวดไทยนั้นยาวนานและซับซ้อน เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของนวดไทยย้อนกลับไปได้กว่า 2,500 ปี โดยมีบุคคลสำคัญคือ ชีวกโกมารภัจจ์ (Jivaka Komarabhacca) หรือหมอชีวก ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์แผนไทยและแพทย์ประจำตัวของพระพุทธเจ้า
เมื่อเวลาผ่านไป องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยและนวดไทยได้ถูกรวบรวมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญชิ้นหนึ่งคือ จารึกวัดโพธิ์ (Jareuk Wat Pho) หรือศิลาจารึกตำราการแพทย์แผนโบราณที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (Wat Phra Chetuphon Vimolmangklararm Rajwaramahavihan) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วัดโพธิ์ (Wat Pho) ซึ่งเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3
วัดโพธิ์ (Wat Pho) ไม่เพียงแต่เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อันงดงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยไว้มากมาย รวมถึงตำรานวดไทยที่จารึกบนแผ่นหินอ่อน รูปปั้นฤาษีดัดตน (Ruesi Dat Ton) ซึ่งแสดงท่าบริหารร่างกายและบำบัดโรคต่างๆ ที่เป็นรากฐานของการนวดไทย ก็สามารถพบเห็นได้ที่นี่เช่นกัน วัดโพธิ์จึงเป็นสถานที่ที่สำคัญอย่างยิ่งในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปะการนวดไทยให้คงอยู่สืบไป
นวดไทยมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ต่อไปนี้คือประโยชน์บางประการ:
ความสำคัญและคุณค่าของนวดไทยได้รับการยอมรับในระดับสากล เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2562 (2019) องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน นวดไทย (Nuad Thai) ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) นับเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ การได้รับการยอมรับจากยูเนสโกนี้แสดงให้เห็นว่านวดไทยเป็นมากกว่าการนวดทั่วไป แต่เป็นศิลปะและภูมิปัญญาที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์และสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง
นวดไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการนวดเพื่อสุขภาพ การบำบัดโรค หรือแม้กระทั่งการผ่อนคลาย นวดไทยก็ยังคงได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หวังว่านักเรียนภาษาไทยทุกท่านจะได้รับความรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของ นวดไทย: ประวัติศาสตร์และประเพณีอันยาวนาน (Nuad Thai: Bprà-wàt-sàt láe bprà-pay-nee an yao naan) มากยิ่งขึ้นนะครับ หากมีโอกาส อย่าลืมลองสัมผัสประสบการณ์การนวดไทยแท้ๆ ดูสักครั้ง!
คำศัพท์น่ารู้ (Vocabulary to know):